
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี พระองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับ สารัททชาดก เพื่อให้ภิกษุทั้งหลายได้เห็นถึงอานุภาพแห่งความกตัญญูกตเวที และโทษทัณฑ์ของการอกตัญญู
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในสมัยพุทธกาล ณ เมืองพาราณสี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า สารัททะ เขาเป็นพราหมณ์ผู้มีฐานะร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่กลับเป็นคนใจดำ ขี้เหนียว ไม่เคยคิดที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอันเย้ายวนของโลกภายนอก จนละเลยหน้าที่ทางศาสนาและศีลธรรม
สารัททะพราหมณ์มีบุตรชายเพียงคนเดียว ชื่อว่า เมฆะ เมฆะเป็นเด็กหนุ่มที่แตกต่างจากบิดาโดยสิ้นเชิง เขาเป็นผู้มีจิตใจดีงาม อ่อนโยน และมีความเคารพรักในบิดามารดาอย่างสุดซึ้ง เขาคอยปรนนิบัติบิดาด้วยความเอาใจใส่ แม้ว่าบิดาจะมีนิสัยที่ยากจะเข้าถึงก็ตาม
วันเวลาผ่านไป สารัททะพราหมณ์เริ่มมีอายุมากขึ้น สุขภาพของเขาก็เริ่มทรุดโทรมลง แต่ถึงกระนั้น จิตใจที่เต็มไปด้วยความตระหนี่และความหลงใหลก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการสะสมทรัพย์สมบัติ และไม่เคยคิดถึงการทำบุญทำทาน หรือการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก
เมฆะเห็นดังนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงบิดาเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงพยายามชักชวนบิดาให้ทำบุญ ให้ทาน เพื่อสั่งสมบุญบารมีไว้สำหรับภพชาติต่อไป แต่สารัททะพราหมณ์ก็มักจะปัดป้องและต่อว่าบุตรชายเสมอ
"เจ้าอย่ามายุ่งเรื่องของข้าเลย เมฆะ! ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ข้าหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของข้าเอง ข้าจะใช้จ่ายอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของข้า เจ้ามีหน้าที่ดูแลข้าให้ดีก็พอแล้ว"
เมฆะได้แต่ถอนใจอย่างอ่อนระอา เขาเข้าใจว่าบุญคุณของบิดามารดาเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็อดเป็นห่วงอนาคตของบิดาในปรโลกมิได้
แล้ววันหนึ่ง ความหายนะก็มาเยือน สารัททะพราหมณ์ล้มป่วยลงอย่างหนัก อาการของเขาหนักหนาสาหัส จนแพทย์หลวงไม่สามารถรักษาได้ สารัททะพราหมณ์รู้ตัวว่าชีวิตของตนใกล้จะหาไม่ เขารู้สึกหวาดกลัวต่อความตาย และยิ่งหวาดกลัวต่อผลกรรมที่ตนได้กระทำมาตลอดชีวิต
ขณะที่เขากำลังจะสิ้นใจ ร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นเทา เหงื่อไหลท่วมกาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา
"ข้า...ข้ากลัว...ข้ากลัวความตายเหลือเกิน..."
เมฆะรีบเข้าไปประคองบิดา แล้วกล่าวปลอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
"ท่านพ่อ ท่านอย่ากลัวไปเลย ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว ข้าจะดูแลท่านเอง"
แต่แล้ว ทันใดนั้นเอง สารัททะพราหมณ์ก็พลันสิ้นใจลง ท่ามกลางความตกใจเสียใจของเมฆะ
เมื่อวิญญาณของสารัททะพราหมณ์ออกจากร่าง กรรมที่เขาได้ก่อไว้ก็ปรากฏขึ้น เขาถูกนำตัวไปยังนรกภูมิ ที่ซึ่งเขาจะต้องชดใช้กรรมอันชั่วร้ายที่ได้กระทำไว้
ในนรกภูมิ สารัททะพราหมณ์ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส เขาถูกลงโทษด้วยการถูกทรมานด้วยไฟนรกอันแผดเผา ถูกกรีดแทงด้วยอาวุธที่แหลมคม และต้องเผชิญกับสัตว์นรกที่น่ากลัวนานัปการ
ความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขา เขาได้แต่คร่ำครวญ ร้องโอดครวญด้วยความทุกข์ทรมาน
"โอ้...ความทุกข์ทรมานนี้มันแสนสาหัสยิ่งนัก ข้าไม่เคยคิดเลยว่าผลกรรมของข้าจะร้ายกาจถึงเพียงนี้!"
ในขณะเดียวกันนั้น เมฆะบุตรชายผู้มีจิตใจดีงาม ก็ได้แต่เศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของบิดา เขาพยายามทำบุญทำทาน อุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดาอยู่เสมอ หวังว่าบุญกุศลนั้นจะช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานของบิดาในปรโลกได้
วันเวลาผ่านไปหลายปี เมฆะได้เติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบ เขามีจิตใจดีงาม เฉลียวฉลาด และเป็นที่รักใคร่ของทุกคนในเมือง
วันหนึ่ง ขณะที่เมฆะกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ เขาก็พลันนึกถึงบิดาขึ้นมา เขารู้สึกเสียใจที่บิดาไม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสกับความสงบสุขและความดีงาม
ขณะนั้นเอง เทวดาองค์หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเมฆะ
"เมฆะเอ๋ย เจ้าอย่าได้เศร้าโศกไปเลย"
เมฆะตกใจมาก แต่ก็รีบก้มกราบเทวดา
"ท่านผู้เจริญ ท่านคือใคร?"
"เราคือเทวดาผู้คุ้มครองเมืองนี้ เมื่อครั้งที่ท่านสารัททะผู้เป็นบิดาของเจ้าได้สิ้นชีวิตลง ข้าได้เห็นบุญกุศลที่เจ้ากระทำมาตลอด ได้ส่งผลให้ท่านสารัททะพลอยได้รับความสุขสงบขึ้นบ้าง"
เมฆะฟังดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจ
"ท่านพ่อของข้า...ได้รับผลบุญจากข้าหรือ?"
"ใช่แล้ว บุตรผู้มีกตัญญู ย่อมสามารถอุทิศบุญกุศลให้แก่บิดามารดาผู้ล่วงลับได้ บุญกุศลนั้นย่อมส่งผลไปถึงผู้รับอย่างแน่นอน"
เทวดาได้เล่าต่อไปว่า
"แม้ว่าสารัททะพราหมณ์จะได้รับโทษทัณฑ์ในนรกภูมิด้วยกรรมอันชั่วร้ายที่ตนได้กระทำไว้ แต่ด้วยบุญกุศลที่บุตรชายผู้เป็นที่รักได้อุทิศให้ ย่อมทำให้โทษทัณฑ์ของเขาผ่อนหนักเป็นเบาลง และทำให้เขามีโอกาสที่จะพ้นจากขุมนรกได้ในที่สุด"
เมฆะได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกปีติใจเป็นอย่างยิ่ง เขาตระหนักได้ถึงความสำคัญของความกตัญญูกตเวที และความดีงามที่ตนได้กระทำ
หลังจากนั้น เมฆะก็ยิ่งตั้งมั่นในการทำความดี ทำบุญทำทาน รักษาศีล และเผยแพร่ธรรมะ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น
กาลเวลาผ่านไปอีกครั้ง เมฆะได้บำเพ็ญบุญบารมีมาอย่างต่อเนื่อง
ในชาติภพต่อมา พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเรื่องราวของสารัททชาดกอีกครั้ง โดยทรงเล่าว่า ในอดีตชาติ พระองค์ทรงเป็น พระโพธิสัตว์ ได้เสวยพระชาติเป็น พราหมณ์ชื่อสารัททะ เช่นเดียวกับในเรื่องนี้ แต่ในชาตินั้น พระองค์ทรงมีจิตใจที่ตรงกันข้าม คือเป็นผู้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และบำเพ็ญทานบารมีมาโดยตลอด
ในอดีตชาติ เมื่อพระองค์ทรงเป็นพราหมณ์สารัททะ พระองค์ได้มีบุตรชายผู้มีจิตใจดีงามเช่นกัน เมื่อพระองค์ถึงแก่กรรมลง บุตรชายก็ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ทำให้พระองค์ได้รับผลบุญนั้น
พระพุทธเจ้าทรงตรัสสรุปว่า
"แม้ว่าในชาตินั้น สารัททะ (คือเราเองในอดีต) จะต้องไปเกิดในนรกภูมิเพราะกรรมบางประการ แต่ด้วยผลแห่งกุศลที่บุตรชายได้อุทิศให้ ย่อมทำให้เราพ้นจากนรกภูมิได้ในที่สุด"
การที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงสารัททชาดกในครั้งนี้ ก็เพื่อสอนให้ภิกษุทั้งหลาย และเหล่าพุทธศาสนิกชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของ ความกตัญญูกตเวที ว่าเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ที่สามารถส่งผลบุญไปถึงผู้ล่วงลับได้ และยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงการทำความดี การสั่งสมบุญบารมี เพื่อประโยชน์สุขในภพชาติต่อไป
ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง การทำความดีและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ย่อมส่งผลบุญไปถึงพวกเขา ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหมั่นทำความดีอยู่เสมอ
ปัญญาบารมี, ทานบารมี, ศีลบารมี, ขันติบารมี, วิริยบารมี, สัจจบารมี, อธิษฐานบารมี, เมตตาบารมี, อุเบกขาบารมี
— In-Article Ad —
ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง การทำความดีและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ย่อมส่งผลบุญไปถึงพวกเขา ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหมั่นทำความดีอยู่เสมอ
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, ทานบารมี, ศีลบารมี, ขันติบารมี, วิริยบารมี, สัจจบารมี, อธิษฐานบารมี, เมตตาบารมี, อุเบกขาบารมี
— Ad Space (728x90) —
521มหานิบาตพระโพธิสัตว์เป็นพระราชาผู้มีเมตตา ในอดีตกาลอันยาวนาน ย้อนกลับไปในยุคที่เหล่าเทพบุตร เทพธิดา ยังคงเว...
💡 ความเมตตาปรานีเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง และเป็นที่รักของมวลมนุษย์และสรรพสัตว์
181ทุกนิบาตปาสูริยชาดก (เรื่องนก) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นนกกาเหว่าผู้ป...
💡 ความเห็นแก่ตัวและความโลภย่อมนำมาซึ่งภัยพิบัติ
190ทุกนิบาตมหิสชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีมหาวิทยาลัยอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นแหล่งรวมของเหล่าบัณฑิตแ...
💡 ความรู้ที่แท้จริงคือการนำไปประยุกต์ใช้ และเข้าใจถึงธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ความอดทนและวิจารณญาณเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำ
210ทุกนิบาตวิชหกชาดก ณ ป่าหิมพานต์อันอุดมสมบูรณ์ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพญานกหัสดีลิงค...
💡 สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดสำคัญกว่าพละกำลัง การใช้เหตุผลและการไตร่ตรองนำมาซึ่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง.
196ทุกนิบาตมหาธนูรัฐชาดกครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ในนครเวสาลีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระอาลักษณ...
💡 ปัญญาและวาจาที่ประกอบด้วยเหตุผล สามารถยุติความขัดแย้งที่รุนแรง และนำมาซึ่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองแก่ส่วนรวม
185ทุกนิบาตปทุมชาดก (เรื่องดอกบัว) ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่ง ไ...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก หรือมูลค่าทางทรัพย์สิน แต่คือคุณค่าที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่น และการกระทำความดี การแบ่งปัน และการช่วยเหลือผู้ตกยาก คือหนทางที่จะนำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืน และการบำเพ็ญบารมีที่แท้จริง
— Multiplex Ad —